โรคไซนัสอักเสบ คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบและการติดเชื้อของเยื่อบุจมูก ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบ มักมีอาการคัดจมูก มีน้ำมูกไหลทั้งไหลออกมาจากรูจมูกด้านหน้า รวมถึงไหลลงคอ นอกจากนั้นยังต้องสูญเสียการรับกลิ่น เมื่อตรวจดูภายในโพรงจมูก อาจพบเนื้อเยื่อบวมหรือริดสีดวงจมูก มีหนองไหลได้ หนึ่งในวิธีรักษาโรคไซนัสอักเสบ ก็คือ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ อุปกรณ์ล้างจมูก ได้แก่ กระบอกฉีดยาหรือไซริงค์ล้างจมูก ขวดล้างจมูกแบบพกพาและขวดล้างจมูกแบบบีบ เลือกอุปกรณ์ล้างจมูกแบบไหนดี เรามีข้อแนะนำมาฝาก

กระบอกฉีดยา สำหรับล้างจมูก
กระบอกฉีดยาหรือไซริงค์ล้างจมูก อุปกรณ์ล้างจมูกเหมาะกับมือใหม่ วิธีนี้เป็นการล้างจมูกด้วยปริมาณน้ำน้อยและให้แรงดันสูง การจ้างจมูกสำหรับผู้ใหญ่แนะนำขนาด 20 cc สำหรับเด็กแนะนำขนาด 10 cc ในขณะล้างจมูกหากลัวว่าน้ำเกลือจะไหลลงคอ เทคนิคหนึ่งที่สามารถนำเอาไปใช้ได้คือการเปล่งเสียง “เค” ออกมายาวๆ อย่างไรก็ตาม การล้างจมูกด้วยอุปกรณ์นี้ อาจไม่สะดวกต่อการพกพาเท่าไหร่นัก

ขวดล้างจมูกแบบพกพา
ขวดล้างจมูก หรือขวดสเปรย์ขนาดเล็กแบบพกพา อุปกรณ์ล้างจมูกที่ตอบโจทย์การพกพาได้ดีกว่า อุปกรณ์ที่ให้ความดันต่ำและปริมาณน้ำต่ำ
ขวดล้างจมูกแบบบีบ
ขวดล้างจมูกแบบบีบเหมาะสำหรับคนที่ล้างชำนาญ ซึ่งการล้างจมูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่มากและมีแรงดันที่สูงด้วย ทำให้น้ำเกลือสามารถเข้าถึงซอกซอนต่างๆ ของไซนัสได้ดี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ยังไม่เคยเข้ารับการผ่าตัดไซนัสมาก่อน อีกทั้งยังเข้าถึงร่องของฐานรับกลิ่นประสาทด้านบนของจมูกได้อีกด้วย ก่อนใช้ต้องผสมน้ำเกลือเข้าไปในขวด อาจใช้เกลือชงเองหรือใช้เกลือซอง อย่างไรก็ตาม การล้างจมูกด้วยอุปกรณ์นี้ เหมาะกับคนที่มีความชำนาญ หรืออาจล้างจมูกด้วย 2 วิธีแรก แต่ไม่ได้ผลควรเปลี่ยนมาใช้ขวดล้างจมูกแบบบีบแทน
นอกจากทั้ง 3 วิธีนี้แล้ว ยังสามารถล้างจมูกได้ด้วยอุปกรณ์กาน้ำ แต่ในปัจจุบันวิธีนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะให้น้ำที่เยอะแต่มีแรงดันต่ำ ขั้นตอนการล้างคือ เอากาใส่ที่รูจมูก จากนั้นเทน้ำเกลือเพื่อให้ไหลออกมาอีกฝั่ง ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร

อุปกรณ์ล้างจมูกที่ได้รับความนิยม มี 3 อย่างได้แก่ กระบอกฉีดยาหรือไซริงค์ล้างจมูก ขวดล้างจมูกแบบพกพาและขวดล้างจมูกแบบบีบ ล้างจมูกด้วยวิธีไหนดี จะเห็นได้ว่าการล้างจมูกด้วยขวดล้างจมูกแบบบีบ ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่อย่าลืมว่าเหมาะกับผู้ที่มีคำชำนาญเท่านั้น ก่อนใช้ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญและต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคไซนัสได้ดียิ่งขึ้น
